กาแฟอราบิก้าไทย.2
.2
เมล็ดกาแฟสุกแดง เข้าเครื่องขยี้เปลือกออกแล้ว นำไปตากจนแห้งก็จะได้กาแฟกะลา
เก็บบรรจุไว้จำหน่าย
การบรรจุ (Packing)
เมล็ดกาแฟที่ได้ควรเก็บไว้ในรูปของกาแฟกะลา
(Parchment Coffee) เพราะจะสามารถรักษาเนื้อกาแฟและป้องกันความชื้นกาแฟได้ดี
ควรบรรจุในกระสอบป่านใหม่ ในปัจจุบันจะบรรจุกระสอบพลาสติ๊กตาข่ายโปร่ง
ระบายอากาศได้ดี และ
เก็บในโรงเก็บที่มีอากาศถ่ายเท
ได้สะดวก ไม่อับชื้น หรือมีกลิ่นเหม็น กาแฟที่จะนำไปแปรนรูปควรเก็บใว้ไม่น้อยกว่า
6-12 เดือน
กาแฟกะลาจะเก็บไว้ได้นานนับปี และก่อนที่จะนำไปใช้
ก็เอาออกมาผึ่งแดดอีกครั้ง เพื่อนำไปเข้าเครื่องสีกาแฟกะลา
ให้ออกมาเป็นสารกาแฟ
การสีกาแฟกะลา (Hulling]
กาแฟกะลาที่จะนำไปจำหน่ายควรจะทำการสีเพื่อเอากะลาออกด้วยเครื่องสีกะลา
จะได้สารกาแฟ (Green Coffee) ที่มีลักษณะผิวสีเขียวอมฟ้า
สารกาแฟ (Green coffee) ที่ผ่านเครื่องสี
เอากะลาออกแล้ว
จึงนำมาคัดขนาดเพื่อแบ่งเกรด โดย ใช้ตะแกรงร่อนขนาดรู 5.5 มิลลิเมตร เพื่อแยกสารกาแฟที่สมบูรณ์
จากสารกาแฟที่แตกหักรวม
ถึงสิ่งเจือปน เมล็ดกาแฟที่มีสีดำ (black bean) ซึ่งเกิดจากเชื้อราบางประเภท
การคัดปัจจุบัน
ยังใช้แรงงานคนด้วยการคัดมือ เอาเมล็ดเสีย เมล็ดอ่อน-หัก ทิ้งอีกชั้นหนึ่ง
ก่อนที่จะนำไปแปรรูปต่อ เป็นกาแฟคั่ว
เกรด A-1
ขนาดของเมล็ดตั้งแต่ 6.1มิลลิเมตรขึ้นไป สีเขียวอมฟ้า
มีเมล็ดไม่สมบูรณ์ หรือเมล็ดขนาดเล็กกว่า
6.1มิลลิเมตร
ไม่เกินร้อยละ 13 (มาตรฐานใหม่ปี 49)
เกรด A
ขนาดของเมล็ดตั้งแต่
5.5 มิลลิเมตรขึ้นไป สีเขียวอมฟ้า
มีเมล็ดไม่สมบูรณ์ หรือเมล็ดขนาดเล็กกว่า
5.5 มิลลิเมตร
ไม่เกินร้อยละ 13
เมล็ดแตกเสีย มีเมล็ดที่เป็นเชื้อราหรือมีสีผิดปกติ ไม่เกินร้อยละ
1.5
ความชื้นไม่เกินร้อยละ 13 %
เกรด Y
ลักษณะเมล็ดแตกหัก หรือเมล็ดกลมเล็ก ๆ (Peaberries)
ที่สามารถลอดผ่าน
ตะแกงเบอร์ 12.5 (5.5 มิลลิเมตร)
- มีสีเขียวอมฟ้า สิ่งเจือปนไม่เกิน 0.5 %
- ความชื้นไม่เกิน 13 %
<อ่านต่อ การคั่วกาแฟ
>