๐ เว้าเรื่องเมืองหลวงพระบาง .4


   เมืองหลวงพระบาง เมืองแห่งพระพุทธศาสนา เมืองแห่งศิลปวัฒนธรรม นครหลวงพระบางเป็นอดีตเมืองหลวงของราชอาณาจักรล้านช้าง เป็นเมืองเก่าแก่และสำคัญทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมของลาว และในปี พ.ศ.๒๕๓๘ องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโก ( UNESCO ) ได้ประกาศให้เมืองหลวงพระบางเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในฐานะที่ “ อนุรักษ์ความเก่าแก่ดั้งเดิมไว้ได้ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ” ( The best preserved city in South-East Asia )
  
เราต้องเลือกการท่องเที่ยวแบบอนุรักษ์ ด้วยจักรยานของเมืองนี้ โดยไปเริ่มต้นจากวัดเชียงทองที่อยู่ทางทิเหนือใกล้กับที่พักของเราวัดเชียงทองนั้นเป็นแบบล้านช้าง มีหลังคาซ้อน 3 ชั้น รูปทรงหลังคาผายกว้างออกเรียกว่าหลังคาปีกนก ทั้งภายในและภายนอกสิม-(อุโบสถ)ล้วนมีจิตรกรรมฝาผนังเป็นลายรดน้ำลงรักปิดทองเป็นเรื่องราวนิทานพื้นบ้านและเรื่องเกี่ยวกับศาสนา และหากเดินมาทางด้านหลังสิมก็จะเห็นลวดลายประดับกระจกสีเป็นรูปต้นไม้ใหญ่ มีนกและสัตว์นานาชนิด ซึ่งต้นไม้นั้นก็คือต้นทอง หรือต้นงิ้ว ที่พระเจ้าศรีสว่างวัฒนาได้โปรดฯ ให้ช่างทำไว้เพื่อเป็นที่ระลึกถึงชื่อเชียงทอง หมายความถึงป่าต้นทอง ซึ่งเป็นพื้นที่ดั้งเดิมบริเวณนี้นั่นเอง
 ทุกคนที่ได้มาวัดแห่งนี้ไม่ควรพลาดชมก็คือ หอพระม่านและหอพระพุทธไสยาสน์ที่อยู่ด้านหลังสิม หอพระเล็กๆ สองหลังนี้ทาด้วยสีชมพู ประดับตกแต่งด้วยกระจกสีเป็นลวดลายเล่าเรื่องราวนิทานพื้นบ้านของลาว หากลองเดินดูใกล้ๆ ก็จะได้เห็นภาพวิถีชีวิตของชาวลาวผ่านรูปภาพเหล่านั้นด้วย                        
   วัดต่อไปที่โด่ดเด่นอยู่บนยอดเขากลางในเมืองหลวงพระบาง
 
“พระธาตุพูสี” หลักเมืองหลวงพระบาง ที่ใครไม่ได้ขึ้นไปสักการะก็เหมือนมาไม่ถึงหลวงพระบาง องค์พระธาตุหุ้มด้วยทองเหลืองฉาบทองคำ
สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2347 และเป็นที่เคารพของชาวหลวงพระบางตลอดมา
 ด้านหน้าเป็น
"พระราชวังหลวงพระบาง"เป็นพิพิธภัณพ์หลวงพระบางปัจจุบัน
ซึ่งตั้งอยู่ทางขึ้นพูสีทางบันไดด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ อยู่ใกล้กับที่ตั้งของ พระราชวัง มีถนนศรีสว่างวงค์คั่นเอาไว้นักท่องเที่ยวจึงสามารถเดินเที่ยวชมพระราชวังภายในจัดแสดงประวัติศาสตร์ อันเก่าแก่ของเมืองหลวงพระบาง พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี 1904 เพื่อเป็นที่ประทับของพระเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงค์ ลักษณะ เป็นศิลปะแบบลาวผสมฝรั่งเศส มีแผนผังเป็นรูปกากบาท และ สร้างฐานซ้อนกันหลายชั้น ห้องโถงด้านหน้าเป็นที่ประดิษฐาน พระบางซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของลาว องค์พระสูง 83 เซนติเมตร พระหัตถ์แสดงปางอภัยมุทรา หล่อขึ้นด้วยทองคำ บริสุทธิ์

 



ช่อฉัตรกลางหลังคาบนของอุโบสถที่แปลกตา


“วัดใหม่สุวันนะพูมาราม”

 ขี่จักรยานเลียบแม่น้ำโขงมาไกลหน่อยเพื่อมายัง “วัดทาดหลวง” วัดที่มีบรรยากาศเงียบสงบเนื่องจากอยู่ค่อนข้างไกลจากชุมชน วัดแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.2361 มีเจดีย์ซึ่งเป็นที่เก็บพระสรีรังคารของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ซึ่งเมื่อถึงวันครบรอบวันสวรรคตของพระองค์ บรรดาเชื้อพระวงศ์ก็จะมาร่วมกันทำบุญที่วัดแห่งนี้ต่อไปที่
“วัดมะหาทาด”
  วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่สร้างตั้งแต่สมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ซึ่งภายในก็มีเจดีย์เก่าแก่ตั้งแต่ครั้งสร้างวัด เป็นเจดีย์ที่บรรจุอัฐิของพระมารดาของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช อีกทั้งภายในสิมก็ยังมีราวเทียนรูปนาค 24 ตัว ฝีมืองดงามให้ชมอีกด้วยถัดไปบนเส้นทางก็จะถึง “วัดใหม่สุวันนะพูมาราม” วัดแห่งนี้เคยเป็นที่ประดิษฐานของพระบาง และใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาต่อหน้าพระบางอีกด้วย ปัจจุบันนี้ก็ยังใช้เป็นที่ให้ประชาชนมาสรงน้ำพระบางในวันงานบุญปีใหม่ (วันสงกรานต์)


ในวัดวิชุนยังมีสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ “พระธาตุหมากโม”
พระธาตุที่มีลักษณะคล้ายผลแตงโมคว่ำผ่าครึ่ง เป็นพระธาตุสำคัญของวัดและของเมืองหลวงพระบางอีกแห่งหนึ่งด้วย

   วัดสุดท้ายวันนี้“วัดวิชุนราช” วัดที่เจ้าชีวิตวิชุนราชโปรดฯ ให้สร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.2046 และตั้งชื่อวัดตามพระนามของพระองค์ วัดแห่งนี้ยังเคยเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปสำคัญอย่างพระบาง พระคู่บ้านคู่เมืองหลวงพระบางอีกด้วยเราเข้าไปไหว้พระประธานภายใน “สิม” หรือโบสถ์ในภาษาไทย หลังจากกราบพระเรียบร้อยแล้วอย่าลืมเดินไปด้านหลังพระประธานเพื่อชมพระพุทธรูปไม้เก่าแก่ รวมทั้งศิลปวัตถุต่างๆ ที่รวบรวมจากวัดร้างต่างๆ ในหลวงพระบางมาเก็บรักษาไว้ที่นี่
   "สถานที่ท่องเที่ยวและวัดสำคัญที่เข้าชม ต้องซื้อบัตรเพื่อบำรุงทุกๆแห่ง สถานที่ละ 20,000 กีบเท่ากัน(ราว 74 บาท)"

    ชิมกาแฟ ชมตลาด เยี่ยมวัดทำบุญไหว้พระ กันมาแล้วไปเที่ยวชมเมืองกันต่อครับ....ลุงรภ
   
    อ่านต่อหน้า ๕