หลบร้อน.ไปนอนริมฝั่งโขง
   
(โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ แต่ได้ความพึงพอใจ)
    ณ บ้านเชียงของ เชียงราย






   
   








   

   
       วันเสาร์-อาทิตย์ ปลายเดือนมีนาของเชียงใหม่ปีนี้ นอกจากร้อนแล้วภาวะหมอกควันพิษมีส่วนผลักดันให้ต้องเปลี่ยนบรรยากาศ
    หาเรื่องเดินทางพักผ่อน เดิมก็ตั้งใจจะขึ้นไปให้เลยเมืองเหนือ เข้าไปเมืองเชียงตุงรัฐฉานโน่น บ่ายนั้นก็จัดทำหนังสือผ่านแดน
    ด่านตรวจคนเข้าเมือง ณ อ.แม่สายเรียบร้อย ติดต่อเช่าเหมาแท็กซี่พม่าตกลงเรียบร้อย เตรียมตัวออกเดินทางไปเชียงตุงอยู่แล้ว
    ต.ม.ของพม่าแจ้งงดเดินทางเฉยเลย บอกว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดี "ให้เดินทางในเช้าวันพรุ่งนี้" โอ้ย..เสียศูนย์หมดเลย....

       อากาศก็ร้อนต้องปรับอารมณ์กันหน่อย " บ้านใกล้เรือนเคียง เขมร ลาว เวียดนาม เค้าเปิดเมืองท่องเที่ยวไปถึง
ไหนกันแล้ว ยังทำลักปิด-ลักเปิด แถมยังเก็บค่าผ่านแดนคนไทยด้วย พัฒนาการท่องเที่ยวทางขวาง หม่องเอ๋ย "

       เก็บข้าวของขึ้นรถกลับบ้านก็บ่ายโขแล้ว ก็เลยขับเลียบลำน้ำโขงเส้นทางเก่าจากแม่สาย ล่องไปถึงเชียงแสน มุมไหนสงบก็พักรถ
หาเครื่องดื่มเย็นๆมาดับกระหายคลายร้อน ประมาณว่าก่อนค่ำก็จะแวะหาที่พักริมน้ำโขง ในช่วงสามเหลี่ยมทองคำ ต่อเขตแดนไทยลาว
ไปย่านเขตบ้านเชียงของ เลือกที่พักสามสี่แห่งจนได้ถูกใจ บ้านพักริมโขงตรงข้ามกับด่านท่าทราย ของฝั่งลาว
   
    บรรยากาศหน้าที่พักก็ติดริมน้ำโขง ตะวันลับยอดดอยตอนพลบค่ำ ช่างเย็นสบายแต่ไอ้ความกลัวร้อนนอนไม่หลับนั่นแหละ
ก็เลยเลือกห้องแอร์คอนดิชั่นไว้ก่อน (แล้วก็ไม่ได้ใช้แอร์) ลำน้ำแม่โขงปีนี้แห้งขอดเป็นอย่างมาก น้ำลดลงต่ำจนมีหาดทรายริมฝั่ง
ให้ชาวบ้านได้ปลูกผักปลูกหญ้า ดูเขียวขจีน่าชื่นใจ บรรยากาศเป็นที่พึงพอใจ โดยไม่ได้ตั้งใจมาก่อน ก็นับเป็นวันพักผ่อนสุดสัปดาห์
ที่ดีคุ้มค่าชีวิตของคนอย่างเรา
   ได้มุมดีแล้วก็ไม่ขยับขยายย้ายไปที่ไหน เพราะที่พักก็มีร้านอาหารจำพวกปลาน้ำโขง ให้ชิมหลากหลายเมนู ก่อนอื่นก็เบียร์เย็นๆ
ตามมาด้วยปลาเนื้ออ่อนทอดกรอบ พร้อมน้ำจิ้มรสเข้ม ตามด้วยปลากระเบนน้ำโขงผัดเผ็ด ชิมแล้วจะรู้ว่ามันเด็ดเหมือนกระเบนทะเล
ไม่คาวจัดแถมมีกระดูกอ่อนให้เคี้ยวกลึ๊บๆเข้าท่าดี ปิดท้ายด้วยต้มยำปลาแคร่น้ำโขง มันจะไม่อร่อยได้ยังไงสำหรับอาหารเย็นนี้
  
  รุ่งขึ้นวันอาทิตย์ที่สดชื่นเย็นสบายดี ตามภาษาที่ใกล้ฝั่งลาว กาแฟ-อาหารเช้าแล้ว ถือโอกาสแวะไปทำหนังผ่านแดนข้ามน้ำโขง
ไปเที่ยวบ้านเมืองท่าทราย(บ่อแก้ว) ซึ่งเป็นต้นทางการเดินทางเข้าประเทศลาวในด้านทิศเหนือ หรือล่องเรือเดินทางไปเมืองหลวงพระบางหากย้อนขึ้นเหนือช่วงปลายฝนก็จะสามารถเดินทางด้วยเรือท่องเที่ยว ไปเข้าประเทศจีน ยังเมืองเชียงรุ้งได้ ตอนนี้หมดสิทธิ์เพราะ
 น้ำแม่โขงแห้งขอดเกือบจะเดินข้ามได้แล้วเป็นบางจุด
    เดินทอดน่องเรียบริมโขงเมื่อขึ้นไปบนฝั่งลาว "อ๊ะเราอยู่ต่างประเทศอีกแล้ว"ย่ำดูบ้านดูเมืองเค้าไปเรื่อยๆ นับว่ายังคงเหลือความ
เป็นชนบท ความเป็นอยู่แบบชาวบ้านที่สงบเรียบง่าย แต่ก็พัฒนาไปมากกว่าที่คิด จากการที่เป็นจุดผ่านเมืองด้านการท่องเที่ยวไป
ยังแหล่งต่างๆ เราเดินไปพอได้เหงื่อราว 3 กิโลกว่าก็ถึงตลาดของเมืองท่าทราย เสียดายว่าสายไปแล้วที่พ่อค้า-แม่ขาย เตรียมเก็บ
ข้าวของที่เหลือกลับบ้านันเกือบหมด
                                                                         

ย่ำตลาดจนเหนื่อยก็แวะ
เติมพลังแบบฉบับชาวบ้าน ร้านริมทางหน้าตลาดได้บรรยากาศดีจริง ข้าวปุ้น กับ ข้าวเปียก ก็ราวๆขนมจีนน้ำเงี้ยวและก๋วยเตี๋ยวเมืองบ้านเรา แต่เส้นเค้าจะแปลกๆใหญ่กว่าบ้านเมืองเหนือเรา
     
         "ลุงรภ"


 

กลับหน้าแรก