บ้านดอยช้าง
ไร่กาแฟอราบิก้าอันดับดี
จุดท่องเที่ยวเชิงเกษตรเด่น

 
ทิวทัศน์เส้นทางเข้าสู่หมู่บ้านดอยช้าง

    "บ้านดอยช้าง" หมู่บ้านยอดดอยสูง ณ ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
    
เป็นที่รู้จักดีของผู้ที่อยู่ในวงการกาแฟ เมื่อได้เดินทางไปถึงแล้วก็จะมีความประทับใจ ในธรรมชาติที่ยังคงหลงเหลืออยู่มาก รวมทั้งชีวิตความเป็นอยู่ของชนชาวเขา เจ้าของไร่กาแฟอราบิก้าอันเลื่องชื่อของเมืองไทย

     เราไปบ้านดอยช้างเพราะ กลิ่น-รสชาติของกาแฟ จากการทดสอบการชิมรสในกลุ่มผู้ประกอบการกาแฟคั่วบดหลายแห่ง
จนได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งปลูกกาแฟอันดับต้นๆของเมืองไทย เป็นเป้าหมายแรกที่นำเราไปสู่บ้านดอย-ช้าง เมื่อราวปลาย
ปี 2543 ช่วงเวลานั้นเส้นทางคมนาคมที่เข้าสู่หมู่บ้านแห่งนี้นับว่าเป็นท้องถิ่นทุรกันดาร ไปตามทางป่าเขาที่เป็นทางออฟโรด ต้องใช้รถยนต์ที่เป็นโฟร์วิล 4X4 เท่านั้น โดยเดินทางจากอำเภอแม่สรวย จ.เชียงราย แยกเข้าเส้นทางไปดอยวาวี ถึงบ้านตีนดอย- ริมเขื่อนแม่สรวย - ทุ่งพร้าว - ห้วยไคร้ - ดอยช้าง ระยะทาง ๓๐ กิโลเมตรด้วยเส้นทางเดิมที่ต้องใช้ความสามารถในการขับรถพอสมควร ลัดเลาะไปตามไหล่เขา หุบเหวสองข้างทางไต่ความลาดชันกว่าจะถึงหมู่บ้านก็ใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง


 "บ้านดอยช้าง" เรียกตามลักษณะของภูเขาใกล้ ๆ หมู่บ้านที่มีสันดอยคล้ายช้าง ตั้งอยู่ในเขตตำบลวาวี หมู่ 3 อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย อยู่ห่างจากตัวอำเภอแม่สรวย ประมาณ 25 กิโลเมตร ผาหัวช้างสูง 1,800 เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นสถานที่ชมทิวทัศน์ที่สวยงาม อากาศเย็นสบายตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ย 18 องศาเซลเซียส
     ปัจจุบันมีประชากรประมาณ 5,000คน มีประมาณ 800 หลังคาเรือน ประกอบด้วยชนเผ่าอาข่า ลีซอ จีนยูนนานฮ่อ  หมู่บ้านตั้งมาได้ประมาณ 100 กว่าปี ก่อนที่ชนเผ่าลีซูจะเข้ามาอยู่อาศัย มีชนเผ่าม้งและเผ่าลาหู่เข้ามาอยู่อาศัยก่อน แต่ได้ย้ายออกไป ชนเผ่าลีซูที่เข้ามาสำรวจหมู่บ้านครั้งแรกคือ นายบู่วก่า ตามี่ ตระกูลตามี่ ได้ชวนตระกูลอื่น ๆ อีก 7 ตระกูลเข้ามาตั้งรกรากอาศัยอยู่ เพราะลีซูถือว่าถ้าไม่ครบ 7 ตระกูลจะไม่สามารถตั้งหมู่บ้านได้ และถ้ามีเพียงตระกูลเดียวหรือแซ่เดียวไม่สามารถแต่งงานกันได้ จะทำให้ไม่มีลูกหลานไว้สืบสกุล ชนเผ่าลีซูเข้ามาอาศัยอยู่ได้ประมาณ 82 ปี  อาชีพของชาวบ้านลีซูดอยช้างในปัจจุบัน คือ การปลูกกาแฟอาราบิก้า ที่ขึ้นชื่อ และถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่ทำรายได้ให้กับทุกครอบครัว
  หนุ่มสาวถือเอาโอกาสในวันปีใหม่พบเจอกัน โดยได้แต่งกายประดับประดาเสื้อผ้าด้วยเครื่องเงินเต็มยศ การเต้นรำของชนเผ่าลีซู เต้นกันทั้งวันทั้งคืนจนถึงรุ่งสางของอีกวันหนึ่ง หนุ่มสาวที่เป็นแซ่เดียวกันจะจับมือกันเต้นรำไม่ได้ ต้องไปจับมือกับอีกแซ่หนึ่งเท่านั้น ถือว่าเป็นประเพณีความเชื่อของชนเผ่าที่มีมานาน
   การเต้นรำของชนเผ่าลีซูบ้านดอยช้าง มีการเรียงลำดับตามวันเพื่อไปเต้นแต่ละบ้านคือ วันแรกของปีใหม่ จะเต้นรำกันที่บ้านหมอผี (ภาษาลีซูเรียกว่า "หนี่ผะ") ประจำหมู่บ้านก่อน วันที่สอง จะเต้นรำที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน และวันถัดๆ มาแล้วแต่ว่าใครจะรับเป็นเจ้าภาพ การเต้นรำในแต่ละที่ ทุกบ้านจะนำเหล้า ขนม ดอกไม้ มารวมกันที่ลานพิธีกรรม คนที่นำสิ่งของมาร่วมต้องเต้นรอบลานพิธีก่อน 3 รอบ จากนั้นผู้เฒ่าชนเผ่าจะทำพิธีกรรมสวดมนต์ เมื่อเสร็จพิธีผู้หญิง ผู้ชาย เด็ก คนเฒ่า คนแก่ทุกคนก็รับประทานอาหารและเต้นรำฉลองร่วมกัน ปีใหม่ลีซู จะตรงกับวันตรุษจีนของคนจีนทุกปี
  อี
กชนเผ่าที่อยู่ในหมู่บ้านดอยช้างคือหมู่บ้านชาวเขาเผ่าอีก้อ (อาข่า) ชาวเขาเผ่าอีก้อจะจัดให้มีงานประเพณี โล้ชิงช้า ประเพณีกินข้าวใหม่ ประเพณีกินไข่แดง และประเพณีลูกข่าง ปัจจุบันจะมีจำนวนประชากรเป็นจำนวนมาก และมีอาชีพปลูกกาแฟอราบิก้า รวบรวมกลุ่มตั้งเป็นสหกรณ์และ  นอกจากนี้ ยังมีสินค้าหัตถกรรม เช่น เสื้อผ้า กระโปรง กระเป๋า หมวก เครื่องจักสาน ไม้แกะสลัก ฯลฯ จำหน่ายในราคาถูก
   ต่อมาเมื่อปี 2548 การท่องเที่ยว ได้เข้าไปสนับสนุนปรับปรุงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์"อันซีนดอยช้าง"
ปรับปรุงเส้นทางเข้าสู่หมู่บ้าน ให้สะดวกสบายกว่า
เดิม พร้อมทั้งพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและที่พัก
ซึ่งก็มีแหล่งท่องเที่ยว ที่น่าสนใจหลายจุด....
ในโครงการ"สถานีทดลองเกษตรฯวาวี"
  
สถานีทดลองเกษตรที่สูวาวีได้ชื่อว่าเป็นแหล่งศึกษาดูงานและท่องเที่ยวทางเกษตรบนยอดดอยที่สวยงามแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงราย ภายในบริเวณสถานีฯ ร่มรื่นด้วยไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวแย้มดอกสวยสดใสแปลกตา เช่น ต้นโปรเตีย แบงค์เซียซากุระ  ทั้งยังอบอวลด้วยกลิ่นหอมของไม้หอมนานาชนิด เช่น ดอกลำโพง ที่ส่งกลิ่นหอมทุกค่ำคืนและยังมีไม้ดอกอันหาชมได้ยาก คือ ว่านสี่ทิศ  นอกจากนี้ยังมีแปลงปลูกและขยายพันธุ์ผลไม้เมืองหนาวปลอดสารพิษ เช่น สาลี่ พลับ ท้อ เกาลัดจีน ให้ผู้มาเยือนได้ลิ้มชิมรส โดยเฉพาะกาแฟสดพันธุ์อาราบิก้าและชาจีนหอมรุ่นชงสด ๆ ไว้ให้ชิมฟรี
    ภายในบริเวณสถานีฯ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวและจุดชมวิวหลายแห่งนักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมวิถีชีวิตขนบประเพณีที่หมู่บ้านชาวเขาเผ่าอีก้อ ลีซอและจีนฮ่อ  ซึ่งตั้งหมู่บ้านอยู่ติดกับสถานีฯ ผู้มาเยือมจึงควรมีเวลาท่องเที่ยวอย่างน้อย 1-2 วัน  โดยทางสถานีฯ มีบ้านพัก จุดกางเต็นท์ ร้านค้า ร้านอาหาร ไว้คอยอำนวยความสะดวกตลอดทั้งปี
   (อ่านต่อ หน้า2)