www.chiangmaicoffee.com  
 
          
สมาคม
กาแฟอราบิก้าไทยาคเหนือฯ      
Northern Thai Arabica Coffee Association 


 


กรรมการชุดแรกของ
สมาคมกาแฟอราบิก้าไทย
ภาคเหนือฯ
--------------------
ปรารภ ประลักษณ์
(นายกสมาคมฯ)
พัชนี สุวรรณวิศลกิจ
(อุปนายกฯ)
ไกรสิทธิ์ ฟูสุวรรณ
(เหรัญญิก)
นฤมล ทักษอุดม
(ปฎิคม)
จักรินทร วังวิวัฒน์
(ทะเบียน)
ธนรัฐ สวัสดิชัย
(ประชาสัมพันธุ์)
บุญรัตน์ กิจจรูญชัย
(กรรมการ)
บุญมี ทาติ๊บ
(กรรมการ)
ชาญชัย พิสัยเลิศ
(กรรมการ)
สุวรรณ เทโวขัติ์
(เลขานุการ)

อนุกรรมการ
ผู้แทนกลุ่มเกษตรกร
เชียงใหม่
ลำพูน
ลำปาง
แพร่ น่าน
เชียงราย
แม่ฮ่องสอน

 

 เพื่อนบ้านเรา........
 

 Roytawan

 Bulekoff

 Waweecoffee

 BKK espresso Lab

   Click & drink   

  Choicecoffee

 P&F coffee

 peaberrybean.com

Hillkoff

 Horizon

 Coffeebar

 Misterlees

 Jingle Beans


 

ปรับปรุงหน้าล่าสุด
20/6/ 2552































































 


                            
ข้อบังคับของ
สมาคม กาแฟอราบิก้าไทยภาคเหนือฯ
                                                           (ต่อ-หน้า 2.)

ข้อ ๑๕. ตำแหน่งกรรมการสมาคม ถ้าต้องว่างลงด้วยครบกำหนดตามวาระ ก็ให้คณะกรรมการตั้งสมาชิกสามัญ
            คนหนึ่งคนใดที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น แต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่ง
            ได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น  
ข้อ ๑๖. กรรมการอาจจะพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งไม่ใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผลต่อไปนี้ คือ  
            ๑๖.๑  ตาย  
            ๑๖.๒ ลาออก
            ๑๖.๓ จาดจากสมาชิกสภาพ
            ๑๖.๔ ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง
ข้อ ๑๗. กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการ ให้ยื่นใบลาออกเป็น
            ลายลักษณ์อักษร ต่อคณะกรรมการมีมติให้ออก
ข้อ ๑๘. อำนาจและหน้าที่ของกรรมการ
             ๑๘.๑ มีอำนาจออกระเบียบต่างๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติ โดยระเบียบปฎิบัติ
             นั้นจะต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับฉบับนี้
             ๑๘.๒ มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม
             ๑๘.๓ มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการได้ แต่กรรมการ
            ที่ปรึกษา หรือ อนุกรรมการ จะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง
            ๑๘.๔ มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และ ประชุมใหญ่วิสามัญ
            ๑๘.๕ มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆ ที่ยังไม่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้
            ๑๘.๖ มีอำนาจบริหารกิจการสมาคม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
                     ตลอดจนมีอำนาจอื่นๆตามข้อบังคับได้กำหนดไว้
            ๑๘.๗ มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงิน และ ทรัพย์ทั้งหมดของสมาคม
            ๑๘.๘ มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ตามที่สมาชิกสามัญ จำนวน๑ ใน ๓ ของสมาชิกทั้งหมด
                    ได้เข้าชื่อขอร้อง ให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น ซึ่งการนี้จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ
                    ขึ้นภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือขอร้อง
            ๑๘.๙ มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่างๆ ทั้งที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สิน และการดำเนินกิจกรรมต่างๆ
                     ของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ
            ๑๘.๑๐ จัดทำบันทึกการประชุมต่างๆของสมาคม เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน และ จัดส่งให้สมาชิกได้รับทราบ  
           
๑๘.๑๑ มีหน้าที่อื่นๆตามข้อบังคับได้กำหนดไว้
ข้อ ๑๙. คณะกรรมการจะต้องประชุมกันอย่างน้อยเดือนละ ..๑ ..ครั้ง โดยให้จัดขึ้น
           ภายในวันที่ 30 ของทุกๆเดือน เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารของสมาคม
ข้อ ๒๐.การประชุมคณะกรรมการ จะต้องมีการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด
           จึงถือว่าครบองค์ประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นๆ
           ก็ให้ถือคะแนนเสียงมากเป็นเกณฑ์แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ประธานเป็นผู้ชี้ขาด
ข้อ ๒๑.ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุม หรือ ไม่สามารถปฏิบัติ
           หน้าที่ได้ ก็ให้กรรมการที่เข้าประชุมคราวนั้นเลือกตั้งกันเอง เพื่อให้กรรมการคนหนึ่งคนใด
           ทำหน้าที่เป็นประธานคราวนั้น.

หมวดที่ ๔ การประชุมใหญ่

ข้อ ๒๒.การประชุมใหญ่ของสมาคมมี ๒ ชนิด คือ
              ๒๒.๑  ประชุมใหญ่สามัญ
              ๒๒.๒  ประชุมใหญ่วิสามัญ

ข้อ ๒๓. คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีๆละ 1 ครั้งภายในเดือน ตุลาคม ของทุกๆปี
ข้อ ๒๔.การประชุมใหญ่วิสามัญ อาจจะมีขึ้นก็ได้โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นควรจัดให้มีขึ้น หรือ เกิดขึ้นด้วยการ
          เข้าชื่อร่วมกันของสมาชิก ไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของสมาชิกสามัญทั้งหมดร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดให้มีขึ้น
ข้อ ๒๕.การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้เลขานุการ เป็นผู้แจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ ให้สมาชิกได้ทราบ
          และการแจ้งต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุ วันที่ เวลา และ สถานที่ให้ชัดเจน โดยจะต้องแจ้งให้
          สมาชิกได้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๗ วัน และ ประกาศแจ้งกำหนดนัดประชุมไว้ ณ สำนักงานของสมาคม
          ไม่น้อยกว่า ๗ วัน ก่อนถึงกำหนดการประชุมใหญ่
ข้อ ๒๖.การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้
             ๒๖.๑ แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี
             ๒๖.๒ แถลงบัญชีรายรับ-รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกรับทราบ
             ๒๖.๓ เลือกตั้งกรรมการชุดใหม่ เมื่อครบกำหนดวาระ
             ๒๖.๔ เลือกตั้งผู้สอบบัญชี
             ๒๖.๕ เรื่องอื่นๆ ถ้ามี
ข้อ ๒๗. ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือ การประชุมใหญ่วิสามัญ จะต้องมีสมาชิกเข้าร่วมประชุม
           ไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนดเวลาการประชุม
            ยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม ก็ให้ขยายเวลาออกไปอีกพอสมควร แต่เมื่อ ครบกำหนด
            เวลาที่ขยายออกไปแล้ว ยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมไม่ครบองค์ประชุม ก็ให้เลื่อนการประชุมคราวนั้นไป
            และให้จัดการประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่งภายใน ๑๔ วัน นับแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก ...
            การประชุมครั้งนี้ไม่บังคับว่าต้องครบองค์ประชุม
ข้อ ๒๘.การลงมติต่างๆในที่ประชุมใหญ่ ถ้าข้อบังคับได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นๆ ก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็น
           เกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติมีคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
ข้อ ๒๙.ในการประชุมใหญ่ของสมาคม ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคม ไม่มาร่วมประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติ
          หน้าที่ได้ ก็ให้ที่ประชุมใหญ่ทำการเลือกตั้งกรรมการที่มาประชุมคนใดคนหนึ่ง ให้ทำหน้าที่เป็นประธานในการ
          ประชุม                     
                                      
หมวดที่ ๕ การเงินและทรัพย์สิน

ข้อ ๓๐. การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการเงินสดของสมาคมถ้ามี
           ให้นำฝากไว้ใน ธนาคารกรุงไทย ในจังหวัดเชียงใหม่
ข้อ ๓๑. การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคม จะต้องมีลายมือชื่อของนายก หรือผู้ทำการแทน ลงนามกับ
           เหรัญญิกหรือ เลขานุการ พร้อมกับประทับตราสมาคม
ข้อ ๓๒. ให้นายกสมาคมมีอำนาจจ่ายเงินของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท.(ห้าพันบาท)
           ถ้าเกินกว่านั้นต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ และ คณะกรรมการจะอนุมัติให้จ่ายเงินได้ครั้งละไม่เกิน
            ๕๐,๐๐๐ บาท(ห้าหมื่นบาท) ถ้าจำเป็นต้องจ่ายเกินกว่านี้ ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ของสมาคม
ข้อ ๓๓. ให้เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของสมาคมไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท (ห้าพัน-
              บาท) ถ้าเกินกว่าจำนวนนี้ จะต้องนำฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมทันที
ข้อ ๓๔. เหรัญญิกจะต้องทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย และ บัญชีงบดุล ให้ถูกต้องตามหลัก
             วิชาการ การรับหรือจ่ายเงินทุกครั้ง จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อ
              ของนายกสมาคม หรือ ผู้ทำการแทนร่วมกับเหรัญญิก พร้อมประทับตราสมาคม
ข้อ ๓๕.ผู้สอบบัญชี จะต้องไม่ใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม และ ต้องเป็น
             ผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต
ข้อ ๓๗.คณะกรรมการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชี เมื่อได้รับการร้องขอ

หมวด ๖
การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม

ข้อ ๓๘. ข้อบังคับของสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ โดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้น
             และ องค์ประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุม ไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง
             ของสมาชิกสามัญทั้งหมด มติของที่ประชุมใหญ่ในการให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อ
             บังคับ จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วม
             ประชุมทั้งหมด
ข้อ ๓๙.การเลิกสมาคมจะเลิกได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม ยกเว้นการเลิก
            เพราะเหตุของกฎหมาย มติของที่ประชุมใหญ่ที่ให้เลิกสมาคมจะต้องมีคะแนน
            เสียงไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔ ของสมาชิกสามัญที่เข้าประชุมทั้งหมด และ องค์-
            ประชุมใหญ่จะต้องไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด
ข้อ ๔๐. เมื่อสมาคมต้องเลิก ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆก็ตาม ทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่
            หลังจากได้ชำระบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้คณะกรรมการสมาคมพิจารณา
            ลงมติมอบให้องค์กรการกุศลสาธารณประโยชน์ หนึ่งใดต่อไป.

หมวดที่ ๗ บทเฉพาะกาล

ข้อที่ ๔๑. ข้อบังคับฉบับนี้นั้น ให้เริ่มใช้บังคับได้นับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้
              จดทะเบียนเป็นนิติบุคล เป็นต้นไป
ข้อที่ ๔๒. เมื่อสมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคลจากทางราชการแล้ว
               ก็ให้ถือว่าผู้ริเริ่มจัดตั้งสมาคมฯทั้งหมดเป็นสมาชิกสามัญ และ สมาชิกภาพของ
               กรรมการที่ตั้งขึ้น เริ่มตั้งแต่วันที่จดทะเบียนเป็นต้นไป.

 

                                                   (ลงชื่อ).........................................ผู้จัดทำข้อบังคับ
                                                           (นาย ปรารภ ประภาลักษณ์)